เทคนิคแต่งหน้ายังไงในวันที่ฉันป่วย ให้ดูสดใสเหมือนว่าฉันสบายดี



ในวันที่เราป่วย หน้าเราจะโทรมขึ้นไปอีก 10 ระดับ แถมผิวก็ดูซีดเซียว ถุงใต้ตาก็ดำคล้ำบวมเป่ง แล้วถ้าต้องออกไปข้างนอกจะต้องแต่งหน้ายังไงล่ะ ? ให้ดูไม่ป่วย ผิวดูผ่อนคลายสดชื่นสดใสเหมือนว่าเรายังสบายดีอยู่ วันนี้ GangBeauty มีเคล็ดลับมาฝากสาว ๆ ทุกคนค่ะ ตามมาดูกันเลย

1. เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวที่แห้ง



หลังจากที่คุณทำความสะอาดผิวหน้าแล้วอย่าลืมที่จะเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่บางเบาสามารถทำให้เกิดความแตกต่างได้! แทนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการปกปิดอำพรางความทรุดโทรมของผิว เราขอแนะนำให้ใช้ครีมบำรุงผิวที่บางเบาเพื่อปรับสภาพผิวและช่วยทำให้ผิวดูสว่างสดใส หากคุณจำเป็นต้องปกปิดริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ ควรใช้คอนซีลเลอร์เฉพาะจุดเท่านั้น นอกจากนี้คุณสามารถแต้มไฮไลท์ตรงบริเวณโหนกแก้มเพื่อทำให้ผิวดูสดชื่นขึ้น

2. การปิดบังผิวที่ดูซีดเซียว

การปัดแก้มสามารถปรับความสว่างบนใบหน้าได้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบครีมแทนที่จะเป็นแบบผงเพื่อทำให้ผิวดูชุ่มน้ำ ให้เลือกสีที่สว่างกว่าที่เคยใช้ในตอนปกติ เช่น สีชมพู สีแดงอมม่วงหรือสีพีช และบรอนเซอร์ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ควรใช้บรอนเซอร์ชนิดครีมโทนสีอบอุ่นตามแนวเส้นผม ขมับ ด้านข้างของใบหน้าและใต้บริเวณโหนกแก้มเพื่อเป็นการปรับสภาพผิว ถ้าผิวของคุณมีแนวโน้มที่จะมันได้ง่ายให้ทาแป้งเฉพาะบริเวณนั้น



3. ดวงตาที่เปล่งประกายสดใส

ดวงตาที่เหนื่อยล้ามักจะแดงและบวม ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าเข้มโดยเฉพาะบริเวณขอบตาล่างซึ่งจะทำให้เห็นอาการเหนื่อยล้าและรอยบวมชัดเจน ควรปัดอายแชโดว์สีเนื้อลงบนเปลือกตาบนและตามด้วยการดัดขนตาเพื่อยกดวงตาขึ้น จากนั้นก็ปัดมาสคาร่าที่ขนตาบนเท่านั้น สุดท้ายใช้ดินสอเขียนขอบตาสีเนื้อเขียนขอบตาด้านในซึ่งจะทำให้ดวงตาดูสว่างสดใส หลีกเลี่ยงการใช้คอนซีลเลอร์ใกล้กับแนวขนตาล่างเพราะจะยิ่งเน้นอาการบวมให้เห็นชัดมากยิ่งขึ้น

4. ปกปิดรอยคล้ำ

หลายคนอาจคิดว่าการทาคอนซีลเลอร์บริเวณใต้ดวงตาเป็นทางเลือกที่ดีในการอำพรางริ้วรอยหมองคล้ำและช่วยลดอาการบวมเป่งใต้บริเวณดวงตาได้ แต่เมื่อเราป่วยเราไม่ควรเน้นการใช้คอนซีลเลอร์ใต้บริเวณดวงตาเพราะมันจะทำให้เห็นอาการบวมได้ชัดขึ้น แต่ถ้าต้องการปกปิดจริงๆก็สามารถใช้ได้แต่ต้องบางเบากว่าที่เคยแต่งหน้าในตอนปกติ เลือกคอนซีลเลอร์เฉดสีที่อ่อนกว่าสีผิวประมาณ 1-2 ระดับป้ายเพียงไม่กี่จุดก็พอ เพราะถ้าทาเยอะเกินไปจะทำให้ดูแห้งและเห็นริ้วรอยได้ง่าย ปิดท้ายด้วยไฮไลท์อายแชโดว์เพียงเล็กน้อยที่มุมด้านในเพื่อทำให้ดวงตาดูสว่างขึ้น

5. เพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณริมฝีปาก

ลิปสติกบางชนิด เช่น ลิปสติกเนื้อแมทมีแนวโน้มที่จะทำให้ริมฝีปากดูแห้งและเน้นขอบปากมากเกินไป ดังนั้นควรเลือกลิปสติกสีอ่อนฉ่ำวาวเพราะจะทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม การทาลิปกลอสเพียงเล็กน้อยจะช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและทำให้ริมฝีปากดูนุ่มขึ้นอีกด้วย หากคุณเลือกลิปสติกเนื้อแมทควรทาลิปบาล์มก่อนเพื่อบำรุงริมฝีปากในเบื้องต้น

เคล็ดลับเพิ่มเติม



- ดื่มน้ำเยอะ ๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
- มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความผ่องใสก่อนแต่งหน้า
- แช่ช้อน 2 คันในตู้เย็น จากนั้นนำมากดบริเวณใต้ดวงตาเพียงไม่กี่นาทีก็ช่วยลดอาการบวมได้
- เก็บครีมบำรุงกับครีมบำรุงรอบดวงตาไว้ในตู้เย็น
- พกโทนเนอร์สูตรเพิ่มความชุ่มชื้น น้ำแร่สำหรับฉีดใบหน้าหรือน้ำที่สกัดจากดอกไม้ธรรมชาติ พกติดกระเป๋าไว้ใช้ในระหว่างวัน



บทความแนะนำ




บทความ "แต่งหน้า"



แต่งพลาดวิธีแต่งหน้าเขียนคิ้วเคล็ดลับเทคนิคเขียนคิ้วข้อห้ามอายแชโดว์ไอเดียแต่งตาแต่งตาเทรนด์แต่งหน้าหน้าดูเด็กความงามทรงเขียนคิ้วตาสีชมพูแต่งหน้าการแต่งหน้าทรงคิ้ว